รายการล่าสุด

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุมมองเกี่ยวกับความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุมมองเกี่ยวกับความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ส่วนที่น่ากลัวที่สุดของคนมีความรัก




เคยได้ยินสำนวนอันหนึ่งไหมครับ ที่บอกว่าสิ่งที่ดูน่ากลัว มักจะไม่อันตรายสิ่งที่อันตราย มักจะดูไม่น่ากลัว ....ว่ากันว่า.. ส่วนที่น่ากลัวที่สุดของคนมีความรักคือการที่รักกันมาแนบแน่น สวยหรูโดยไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเลยเพราะความสวยงามราบรื่น มันทำให้เรา "วางใจ" จนอาจลืมไปว่า.. ยังไงๆ เขาก็เป็น "คนอื่น" ยังไงๆ เขาก็มีหัวใจคนละดวงกับของเราสมองคนละก้อน ตัดสินใจได้เอง รู้สึกได้เองว่าจะรัก จะเลิก จะอยู่หรือจะไป  ในเวลาอกหัก ใครจะมาบอกมาพูดอะไรสามวันสามคืนก็ไม่ช่วยอะไรได้มาก เท่ากับการมีปัญญาขึ้นในใจเราเอง ถ้าเราเข้าใจได้ว่า คนเราเกิดมาเพื่อพบกันเพื่อมีวันเวลาที่ดีด้วยกัน และเพื่อพรากจากกันในที่สุด ไม่ช้าก็เร็วเราก็จะทำใจ และปล่อยวางได้ โดยไม่ต้องการคำอธิบาย หรือตรรกะเหตุผลอะไร มากมาย 

เวลาเจอเรื่องแบบนี้ อย่าเสียเวลาถามว่า "ทำไม" ให้มากความนะครับ คิดเสียว่าเขาตายจากชีวิตเราไปแล้ว คนที่เคยเป็นคนรักแสนดีของเรา เขาไม่อยู่ในโลกของเราแล้ว  ถ้าเรารักเขามากจริงๆ อย่างที่บอกเขาเสมอนี่ไง.. สิ่งสุดท้ายที่เราจะให้เขาได้ "ให้อภัย" ไงครับ  คิดเสียว่า เขาจะมีความสุขมากกว่าที่ได้อยู่กับเรา อวยพรให้เขาโชคดี ในโลกใหม่ของเขา ไม่ต้องรอเขาหรอกนะครับ อย่าไปหวังลมๆแล้งๆ ว่าคนตายแล้วจะฟื้นกลับมา เพราะมันมีแต่ในหนังแฟรงเก้นสไตน์ และถึงเขาจะกลับมา

เชื่อเถอะครับว่า ความรู้สึกดีๆ มันจะไม่เหมือนเดิมแล้ว  เขาเลือกทางเดินชีวิตของเขาแล้ว เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาแล้ว เราก็เลือกได้เหมือนกัน ว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือจมปลักในทุกข์นี้ต่อไป อยากร้องไห้ก็ร้องแต่พองาม พอให้รู้สึกว่าเรามีเลือดเนื้อแต่อย่าร้องจนเสียจริต เหมือนคนคิดสั้นเพราะถึงเราจะร้องจนน้ำท่วมทุ่งกุลาร้องไห้ ก็ไม่ทำให้อะไร อะไร กลับมา เหมือนเดิม เราอาจรู้สึกเหมือนโลกดับ วับหายแต่เปล่าหรอก.. ชีวิตเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ความจริง การเรียนรู้ความรู้สึกของการสูญเสียครั้งใหญ่เป็นบทเรียนสำคัญของมนุษย์ ที่จะได้สอนตัวเองว่า .. อย่ายึดมั่นถือมั่น ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป  ทั้งเรา ทั้งเขา ทั้งใครๆ ทั้งสิ่งนั้น สิ่งนี้ สิ่งไหน ทั้งโลกนี้ จักรวาล และกาลเวลา




===============================================

"ชอบก็อย่าลืมติดตามอัพเดทเว็บไซต์เรานะครับ"
"เพื่อให้เครดิตและกำลังใจในการนำเสนอผลงานกับเจ้าของเว็บไซต์"
"ก็ช่วยกันแชร์เย่อะๆนะครับเพื่อให้เว็บไซต์ของเราอยู่รอด"
"ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มาเยี่ยมชมครับ"


บทความและภาพ ในบล็อกนี้บางบทบางภาพอาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นที่ที่ทางเราคิดว่ามีประโชยน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดควมบันเทิง และให้ความรู้ หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ dotth.biz@Gmail.com ทางเราจะได้นำบทความนั้นนั้นออก ขอบคุณครับ

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อกหักให้เป็น



หลายคนให้นิยามของความรักไว้ต่างๆ นานา เช่น “ความรักคือการให้” “ความรักเป็นสิ่งสวยงาม” “ความรักคือความซื่อสัตย์” ฯลฯ แต่หากความรักไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ ความรู้สึกผิดหวังในเรื่องความรักก็จะเกิดขึ้นและปรากฏเป็นอาการ “อกหัก” ให้เห็น ซึ่งก็มีหลากหลายคำพูดอีกเช่นกันที่พยายามสื่อให้ “คนอกหัก” ได้มีความรู้สึกที่ดีขึ้น  “อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น” “อกหักไม่ยักกะตาย” ฯลฯ

ดังนั้น หากคุณคิดจะรักใครซักคนจึงต้องยอมรับในเบื้องต้นก่อนว่า ครึ่งหนึ่งคือความเสี่ยงที่จะต้องอกหัก และอีกครึ่งหนึ่งคือความเป็นไปได้ที่จะมีรักที่มีความสุข เมื่อคิดจะรักก็ต้องยอมรับกับความเสี่ยงที่จะต้องลุ้น และหากเราเป็นพวกที่ต้องทนกินแห้วกระป๋อง ทำอย่างไรไม่ให้ความรักทำให้เราตาบอด ……… จึงต้อง “อกหักให้เป็น”

อาการ “อกหัก” เป็นอย่างไร

สำหรับคนที่ไม่เคยมีความรัก หรือความรักสุขสมหวัง ก็คงจะไม่รู้จักลักษณะอาการของคำว่า “อกหัก” อาการที่อยู่ๆ ก็เกิดร้องไห้น้ำตาไหลพรากขึ้นมาเฉยๆ ขาดการยับยั้งต่อมน้ำตา สมองไม่สามารถสั่งการหรือใช้ในการประมวลผลเรื่องราวอะไรได้เลย นอกจากจะวนเวียนอยู่กับประโยคคำถามที่ว่า “ฉันผิดอะไร” “ทำไมเธอไปจากฉัน” “เรากลับมารักกันอีกได้ไหม” 

หลับตาก็นึกถึงแต่เรื่องเขา ช่วงนี้ชีวิตจะเหมือนล่องลอยไร้วิญญาณ ไม่รู้สึกรู้สากับสถานการณ์รอบๆตัว เกิดภาวะสับสนทั้งทางด้านอารมณ์และความรู้สึก ใจหวิวๆ รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน หายใจก็ขัดๆ ปวดท้องแต่ไม่อยากกินข้าวกินปลา ซึ่งอาการต่างๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง “อกหัก” นี้ เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางเคมีภายในร่างกาย และจะส่งผลต่อภาวะอารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงปฏิกิริยาของร่างกายด้วย

ทำไม “อกหัก” จึงรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน

การที่คนเรารู้สึกเจ็บปวดเมื่อ “อกหัก” อาจเป็นผลมาจากกระบวนการทางเคมีในร่างกาย คือ เวลาที่คนมีความรัก สมองจะหลังสารที่เรียกว่า “ฟีนิลเอธิลามีน (Phenylethylamine) ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายยากระตุ้นประสาทอย่างแอมเฟตามีน สามารถทำให้สมองตื่นตัวและร่างกายมีกำลังมากขึ้น 

และเมื่อเกิด “อกหัก” อย่างแรง สมองและร่างกายจะสูญเสีย “ฟินิลเอธิลามีน” อย่างเฉียบพลัน ซึ่ง ดร.ไมเคิล ไลโบวิตซ์ แห่งสถาบันจิตวิทยานิวยอร์ก อธิบายไว้ว่า อาการ “อกหัก” เพราะรักเป็นพิษนั้นจะคล้ายกับอาการถอนยาอย่างมาก

สารอีกตัวหนึ่งที่ส่งผลต่อความเจ็บปวดเมื่อคนเรา “อกหัก” ก็คือ “สารเอ็นโดฟินส์ (Endophins) โดย นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์ แพทย์สาขาอายุรกรรมสมอง รพ.กล้วยน้ำไท 1 ได้เล่าประสบการณ์จากการสังเกตคนไข้สองกลุ่มที่มีอาการป่วยเดียวกัน และพบว่า คนไข้ที่มีคนรักคอยดูแลอยู่ตลอดเวลาจะมีอัตราการหายป่วยที่เร็วกว่าคนไข้ที่ไม่มีคนรักมาคอยดูแล

อีกกรณีหนึ่ง เชื่อว่า “สารเอ็นโดฟินส์” สามารถลดความเจ็บปวดได้ โดยพบว่า ผู้ป่วยที่โดนมีดบาด หากมีคนรักมาคอยปลอบโยนร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดฟินส์ออกมา เพื่อปิดกั้นสัญญาณความเจ็บปวดที่จะส่งถึงสมอง จึงเป็นผลให้ลดความเจ็บปวดลงไปได้

ดังนั้น เมื่อคนเรา “อกหัก” จึงเกิดการปรับเปลี่ยนของสารเคมีในร่างกายที่ไม่สมดุล ทำให้แต่ละคนมีการตอบสนองต่อปัจจัยต่างๆ แตกต่างกันออกไปซึ่งก็ขึ้นอยู่กับภูมิหลังการเลี้ยงดู วิถีชีวิตในปัจจุบัน ครอบครัว ภาวะทางสังคม หรือแม้แต่ปริมาณสารเคมีในร่างกาย จึงทำให้บางคนที่ “อกหัก” สามารถที่จะทำใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่คน “อกหัก” จำนวนหนึ่งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จึงนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า เมื่อคนเรา “อกหัก” และมีอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้นมานั้น ล้วนส่งผลกระทบต่อปฏิกิริยาของร่างกาย ส่วนจะส่งผลกระทบมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับภาวะการปรับตัวรับกับสภาพการ “อกหัก” ได้มากน้อยเพียงใด

อกหักให้เป็น….ทำอย่างไร

เมื่อ “อกหัก” หากจะห้ามไม่ให้คนเรารู้สึกรู้สากับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ให้รู้สึกเสียใจ ทุกข์ใจ เศร้า หรือสับสนทางอารมณ์และความคิด คงจะเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ความสับสนทางอารมณ์และความคิดต่างๆ เหล่านั้นไม่เกินเลยจนส่งผลกระทบต่อตนเอง จึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและปรับอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรมให้เข้าสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด

วิธีปรับความคิด อารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ให้สามารถรับมือกับภาวะ “อกหัก” ให้ได้ โดยการ “อกหักให้เป็น” มีดังนี้

1. ถ้าอยากร้องไห้ ….. จงร้องให้เต็มที่ ระบายความรู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดแสนออกมาทางน้ำตา อย่าพยายามเก็บกดความรู้สึกเอาไว้ การร้องไห้เป็นการระบายอย่างหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้มีการปรับความสมดุลทางอารมณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด

2. เสียใจได้…..แต่อย่าให้เสียคน การเสียใจทำให้เราได้รู้ว่า อย่างน้อยเราก็มีหัวใจไว้รักไว้เจ็บ มีความทุกข์ความสุขได้เหมือนคนอื่น ต้องรู้จักควบคุม รู้จักความพอดี อย่าคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าและอย่าคิดทำร้ายตัวเอง อย่าลืมว่าเรายังมีพ่อแม่ที่รักเรามากที่สุด และเป็นความรักที่ยั่งยืนที่สุดด้วย แล้วคิดเสียว่าก่อนจะมีใครคนนั้นเราสามารถมีชีวิตอยู่มาได้ และเมื่อเขาไปเราก็ต้องอยู่ต่อไปได้เช่นกัน

3. อย่าแบกทุกข์ตามลำพัง กลับไปหา “พ่อแม่” ดีที่สุด พูดคุยกับท่าน ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นและเจ็บปวดแสนสาหัสให้ท่านฟัง แล้วเราจะได้รับกำลังใจอันมีค่าที่สุดจากท่าน หรืออาจใช้วิธีเขียนความรู้สึกลงในกระดาษ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

4. ปฏิวัติตัวเองเสียใหม่ พยายามปรับปรุงตัวเองในภาพลักษณ์ใหม่ที่ไฉไลและดูดีกว่าเดิม อย่าปล่อยให้ตัวเองหน้าโทรม ผมเผ้ารุงรัง ตาปูด ผอมโซ อย่าให้ชีวิตรักที่ไม่สมหวังมาทำให้ตัวเองต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ตลอดเวลา

5. หันเหความสนใจไปทำกิจกรรมอื่นๆ อย่าเก็บตัว แรกๆ อาจจะต้องฝืนความรู้สึกอยู่บ้าง แต่ถ้าได้ลงมือปฏิบัติแล้ว อารมณ์และความรู้สึกต่างๆ จะดีขึ้น เช่น เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เป็นต้น

6. ให้คิดเสียว่าประสบการณ์ “อกหัก” เป็นประโยชน์ต่อชีวิต เพราะมันจะเป็นเหมือนสะพานอีกขั้นหนึ่งให้เราได้ก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ให้เราได้ใช้ชีวิตอีกระดับหนึ่ง และกำไรที่เหลืออยู่จากประสบการณ์ “อกหัก” ก็คือ ได้เรียนรู้ว่ารักเป็นอย่างไร ถ้าไม่สุขจนล้นมาเสียก่อนจากการได้รักและถูกรัก แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ็บเจียนตาย นอนน้ำตาไหลพรากเป็นท่อน้ำประปาแตกนั้นมันทุกข์แค่ไหน

แม้ความรักที่ไม่สมหวังทำให้ต้องสูญเสียความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้แก่กันไปมากน้อยแค่ไหน หรือแม้กระทั่งทำลายความเป็นตัวของตัวเองให้ลดน้อยไปมากเพียงใดก็ตาม แต่หากเราได้เรียนรู้เพื่อที่จะ “อกหักให้เป็น” ความรักที่ไม่สดใสอาจกลายเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เรามองเห็นโลกที่กว้างใหญ่และสวยงามขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ 

… อาจดูว่ามันอ้างว้าง แต่ว่าทางที่เดินก็กว้างพอ … ไม่ต้องรอไปแบ่งกับใคร
...
เอกสารอ้างอิง
มานพ ประภาษานนท์. วิธีคิดกับความเจ็บปวด นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 28 ฉ.5 (น.84-85). กรุงเทพฯ: บริษัท ก.พล (1996) จำกัด, 2547.
บรรณาธิการ. ปฏิกิริยาแห่งรัก นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 28 ฉ.2 (น.24). กรุงเทพฯ: บริษัท ก.พล (1996) จำกัด, 2547.
เอ็นโดฟินส์ สารแห่งความรัก บำบัดโรค นิตยสารแพทย์ทางเลือก ปีที่ 4 ฉ.30 (น.48-51). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ฐานการพิมพ์, 2547.

(เวปไซต์)http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/42009/42009-52.htm


"ชอบก็อย่าลืมติดตามอัพเดทเว็บไซต์เรานะครับ"
"เพื่อให้เครดิตและกำลังใจในการนำเสนอผลงานกับเจ้าของเว็บไซต์"
"ก็ช่วยกันแชร์เย่อะๆนะครับหรือคลิกป้ายโฆษณาสักนิดเว็บไซต์เราอยู่ได้ก็เพราะสิ่งนี้ครับ"
"ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มาเยี่ยมชมครับ"

รวมภาพอาร์ต อกหัก เสียใจ เจ็บจี๊ด

หลายคนให้นิยามของความรักไว้ต่างๆ นานา เช่น “ความรักคือการให้” “ความรักเป็นสิ่งสวยงาม” “ความรักคือความซื่อสัตย์” ฯลฯ แต่หากความรักไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ ความรู้สึกผิดหวังในเรื่องความรักก็จะเกิดขึ้นและปรากฏเป็นอาการ “อกหัก” ให้เห็น ซึ่งก็มีหลากหลายคำพูดอีกเช่นกันที่พยายามสื่อให้ “คนอกหัก” ได้มีความรู้สึกที่ดีขึ้น  “อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น” “อกหักไม่ยักกะตาย” ฯลฯ

ดังนั้น หากคุณคิดจะรักใครซักคนจึงต้องยอมรับในเบื้องต้นก่อนว่า ครึ่งหนึ่งคือความเสี่ยงที่จะต้องอกหัก และอีกครึ่งหนึ่งคือความเป็นไปได้ที่จะมีรักที่มีความสุข เมื่อคิดจะรักก็ต้องยอมรับกับความเสี่ยงที่จะต้องลุ้น และหากเราเป็นพวกที่ต้องทนกินแห้วกระป๋อง ทำอย่างไรไม่ให้ความรักทำให้เราตาบอด ……… จึงต้อง “อกหักให้เป็น”















































(ส่วนภาพนี้แถมครับ อิอิ)



"ชอบก็อย่าลืมติดตามอัพเดทเว็บไซต์เรานะครับ"
"เพื่อให้เครดิตและกำลังใจในการนำเสนอผลงานกับเจ้าของเว็บไซต์"
"ก็ช่วยกันแชร์เย่อะๆนะครับหรือคลิกป้ายโฆษณาสักนิดเว็บไซต์เราอยู่ได้ก็เพราะสิ่งนี้ครับ"
"ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มาเยี่ยมชมครับ"


วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเดินทางระหว่างเรา



วัน หนึ่งเมื่อเรารู้สึกว่าเราทำดีจนถึงที่สุดแล้ว วันหนึ่งเมื่อเรารู้สึกเหนื่อยกับเรื่องราวเดิมๆตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งจนถึงวันหนึ่งที่เราไม่รู้จะไปทางไหน บางครั้งการดันทุรังก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่กลับจะทำให้เรื่องราวต่างๆ ดำเนินต่อไปด้วยความกดดันและหาทางออกไม่ได้ คำถามคือแล้วเราจะทำอย่างไรละ???หลาย ครั้งที่เรารู้สึกว่าเราเดินร่วมทางกับคนคนหนึ่งมาไกลเหลือเกิน วันเวลาก็ผ่านไปนานจนไม่อยากจะหันหลังกลับไปเริ่มใหม่กับใครคนอื่นอีก เรายังรู้สึกผูกพันกับคนที่เรารักและเรื่องราวเดิมๆระหว่างเราเรื่อยมา แต่สุดท้ายกลับพบว่าเราทั้งสองยังอยู่ที่เดิม

ทางเดินยังอีกยาวไกล เราไปไม่ถึงไหนเลยต่างคนต่างเดินวนในรูป ความสัมพันธ์ยังไม่ก้าวหน้าที่จะมองเห็นอนาคตของสองเราได้ มีเพียงเราเองที่มีการวางแผนหรือมีคำตอบอย่างชัดเจนว่าตัวเราจะเดินไปในทิศ ทางไหน และสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่คนที่เราเดินเคียงข้างเรากลับไม่ได้มีความคิดเหมือนกันกับเรา ตรงกันข้ามเขามีความลังเลและไม่แน่นอน พร้อมที่จะปล่อยมือเราทุกเมื่อหรือหยุดเดินเสียดื้อๆ

ระหว่างทางที่เราเดินฝ่าฟันทั้งทุกข์และสุขด้วยกันมา แน่นอนเราทั้งสองย่อมพบกับสุขและหลีกเลี่ยงความทุกข์ไม่ได้ แต่เรารู้สึกว่าเราทุกข์กับเรื่องเดิม แก้ปัญหาในรูปแบบเดิม จนเหนื่อยและเบื่อมันคงถึงเวลา ที่บางครั้งเราเองนั่นแหละ ที่ต้องพักเหนื่อย แม้จะไม่พร้อมในการเดินหันหลังกลับไปหรือเริ่มต้นในทางเดินสายใหม่ อย่างน้อยเราก็ต้องหยุดเพื่อมองเรื่องราวของเราที่ผ่านมา บางครั้งการปล่อยความรักไว้ตรงข้างทางไม่ใช่เป็นการทิ้งคนคนหนึ่งไว้ แต่เหมือนกับเป็นการที่เราพักเหนื่อยจากการเดินทาง ออมแรงไว้เพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่คิดว่าใช่และมั่นคง แต่หากความหลังในสิ่งเดิมของเรายังมีค่า และพร้อมที่จะเดินต่อร่วมกันทั้งสองฝ่าย หนทางเก่าที่เราคุ้นเคยก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เราจะเดินต่อไป?

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ความรัก: ความเชื่อใจ




หลาย ๆ คนเมื่อมีความรัก สิ่งที่สำคัญก็คือ ความเชื่อใจกันแล้วคุณหล่ะเป็นอย่างนี้มั้ย

การที่คนเราคิดที่จะอยู่ด้วยกันแล้วนั้นต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่ามีความระแวงกัน เพราะการระแวงนั้นคนที่ระแวงก็จะไม่มีความสุขก็จะต้องนั่งคิดอยู่ตลอดเวลาว่าคนรักของตัวเองอยู่ทีไหน ทำอะไร กับใครบ้าง ส่วนคนที่ถูกระแวงก็รู้สึกอึดอัดทำอะไรไม่ถูก เกรงว่าจะถูกกล่าวหา เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิด ในที่สุดคนที่ถูกระแวงตลอดเวลานั้นก็จะรู้สึกว่า หงุดหงิด รำคาญใจและบางคนก็อาจจะตกบันไดพลอยโจนไปเลย ก็คือว่าเมื่อถูกกล่าวหามากๆ ไม่ได้รับความไว้วางใจก็เลยทำไปเลยเหมือนอย่างที่ถูกกล่าวหา เข้าทำนองเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เรื่องอะไรจะเอากระดูกมาแขวนคอ ก็เลยเอาเนื้อมากิน เอาหนังมารองนั่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย 


การที่จะเป็นคู่ครองกับใครนั้นเราต้องเลือกแล้วพิจารณาแล้ว และการที่เราเลือกเค้าแล้วพิจารณาเค้าแล้วเราก็ควรจะไว้วางใจเค้า แต่ที่สำคัญตัวเราเองนั้นก็ต้องทำตัวเราให้คนอื่นไว้ใจเราด้วย บางครั้งการที่เราไม่ได้รับความไว้วางใจ อาจไม่ได้เกิดขึ้นจากเขาข้างเดียวแต่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวเราที่ทำตัวไม่น่าไว้วางใจในอดีตที่ผ่านมา จึงทำให้เขาระแวงเราตลอดไปและเมื่อเป็นเช่นนั้นเราและเขาต่างก็ไม่มีความสุข


การที่เรารักกันนั้นจะต้องมีความจริงใจต่อกัน พูดความจริงกันอย่าได้ปิดบังและอย่าได้โกหกต่อกัน การที่คนเราอยู่ด้วยกันแล้ว พูดความจริง 9 เรื่องแต่โกหกเพียง 1 เรื่อง และถ้าหากว่าเรื่องนั้นจับได้ เราอย่าแปลกใจถ้าหากเขาจะเริ่มย้อนกลับไปสงสัย 9 เรื่องที่เค้าเคยเชื่อเรามาก่อน ดังนั้นถ้าหากจะอยู่ด้วยกันแล้วอย่าโกหกกันเลย มีอะไรก็พูดจากันดีๆ มีอะไรก็อธิบายกัน มีความจริงใจต่อกันเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจว่าทุกถ้อยคำที่ได้ยินจากปากของคนที่ตนรักจะเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ไม่ต้องมานั่งพินิจพิจารณาว่าเรื่องไหนเท็จ เรื่องไหนจริง เราก็ไม่มีเวลาที่จะดูแลต้นรักให้เจริญเติบโตงอกงาม


แล้วคุณหล่ะเชื่อใจคนที่คุณรักหรือยัง?.


ป้ายกำกับ

คลังรูปภาพ ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ ความรู้เทคนิคเคล็ดลับ คำคมโดนๆจากหลายสำนัก เคล็ดลับสาระน่ารู้ โดเมนโฮสติ้ง ตำนานประวัติศาสตร์ แนะนำหนัง สนุก มัน ซึ้ง บทความดีๆที่น่าอ่าน บล็อกและเว็บไซต์ ประเพณีพื้นบ้านไทย ปริศนาโลก ภาพสวยอาร์ตหลากอารมณ์ มุมมองเกี่ยวกับความรัก มุมมองความรัก รวมภาพตุ๊กตาน่ารัก รวมภาพสัตว์น่ารัก รวมภาพสาวเซ็กซี่น่ารัก รวมภาพอาร์ตๆ เรื่องของเห็ดๆ เรื่องจริงที่ไม่น่าเชื่อ เรื่องราวลี้ลับพิศวง วัดพระธาตุนครพนม เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ สถานที่ท่องเที่ยว จ.ชัยภูมิ สถานที่ท่องเที่ยว จ.นครพนม สถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วโลก สถานที่ท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ออนไลน์ สังคมและกฎหมาย สูตรการทำอาหาร อัพเดทสังคมออนไลน์ Anime ภาพการ์ตูนสวยๆ App มือถือ blogger facebook Gif ภาพเคลื่อนไหว Google Opencart Wallpapers

ที่ได้รับความนิยม

รายการ

Anime ภาพการ์ตูนสวยๆ Gif ภาพเคลื่อนไหว Google Opencart Wallpapers blogger facebook คลังรูปภาพ ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ ความรู้เทคนิคเคล็ดลับ คำคมโดนๆจากหลายสำนัก ตำนานประวัติศาสตร์ บทความดีๆที่น่าอ่าน บล็อกและเว็บไซต์ ประเพณีพื้นบ้านไทย ปริศนาโลก ภาพสวยอาร์ตหลากอารมณ์ มุมมองความรัก มุมมองเกี่ยวกับความรัก รวมภาพสัตว์น่ารัก รวมภาพสาวเซ็กซี่น่ารัก รวมภาพอาร์ตๆ สถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วโลก สถานที่ท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ออนไลน์ สังคมและกฎหมาย สูตรการทำอาหาร อัพเดทสังคมออนไลน์ เคล็ดลับสาระน่ารู้ เรื่องของเห็ดๆ เรื่องจริงที่ไม่น่าเชื่อ เรื่องราวลี้ลับพิศวง เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ โดเมนโฮสติ้ง

Booyah*

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Our Office

คลังบทความ